Install Steam
sign in
|
language
简体中文 (Simplified Chinese)
繁體中文 (Traditional Chinese)
日本語 (Japanese)
한국어 (Korean)
ไทย (Thai)
Bahasa Indonesia (Indonesian)
Bahasa Melayu (Malay) BETA
Български (Bulgarian)
Čeština (Czech)
Dansk (Danish)
Deutsch (German)
Español - España (Spanish - Spain)
Español - Latinoamérica (Spanish - Latin America)
Ελληνικά (Greek)
Français (French)
Italiano (Italian)
Magyar (Hungarian)
Nederlands (Dutch)
Norsk (Norwegian)
Polski (Polish)
Português (Portuguese - Portugal)
Português - Brasil (Portuguese - Brazil)
Română (Romanian)
Русский (Russian)
Suomi (Finnish)
Svenska (Swedish)
Türkçe (Turkish)
Tiếng Việt (Vietnamese)
Українська (Ukrainian)
Report a translation problem

ก็จะได้ราคาสูง (เวลามีทุกข์ยาก ก็แก้จนได้)
ที่ซ่อนสมบัติมีค่าไว้ในรูปเคารพนั้นมีอยู่จริง
แม้ในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่ถ้าถือเป็นเรื่องเปรียบเทียบให้คิด ก็ได้เพราะรูปเคารพส่วนมาก
จะเป็นฝ่ายงดงามหรือฝ่ายดุ ก็ตามเกิดจากงานศิลปะชั้นสูง
เพราะความดุร้ายที่เห็นทำให้เกิด ความกลัว, ความกลัวทำให้เกิดสมาธิ แต่ความกลัวนี้
ถ้ามีมากไปจะเป็นอันตรายแก่เด็ก และผู้ใหญ่ที่มีจิตใจอ่อนด้วยเหตุนี้ คนทั่วไปในสมัยนี้จึงนิยมใช้รูปเคารพ
ในฝ่ายความงดงามมากกว่า เพราะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใดเลย
คนที่มีทุกข์ มักเข้าวัด เพื่อสงบสติอารมณ์ มิให้ฟุ้งซ่าน
รูปเคารพต่างๆ นั้น ถ้ามีความงามทางศิลปะ จะช่วยให้เกิดศรัทธา
และศรัทธาจะช่วยให้เกิดสมาธิได้เร็วขึ้น สมาธิจะช่วยให้เกิดปัญญา
รูปเคารพที่มีลักษณะดุร้าย
การกราบไหว้บูชา พระอิฐพระปูนหรือรูปเคารพอื่นๆ
คนสมัยใหม่บ้างเห็นว่า เป็นความโง่งมงาย
แต่ความจริงแล้ว คนสมัยใหม่บางคนที่เป็นผู้กล่าวนั้นแหละที่เป็นคนโง่
หาใช่ผู้ที่ทำการเคารพกราบไหว้ไม่
พระพุทธรูป หรือรูปเคารพนั้น จะช่วยให้จิตใจเราเกิดสมาธิ
และสมาธิจะช่วยทำให้เกิดปัญญา สามารถมองเห็นทางแก้ปัญหา
ที่เรากำลังมีอยู่ได้
วันหนึ่ง ด้วยความเดือดดาลเป็นที่สุด
เขาได้ย่างสามขุมเข้าไปหาเทพเจ้าไม้ของเขา
แล้วก็เอาท่อนไม้หวดอย่างแรงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ก็ทำให้มันล้มลงมาจากฐานที่ตั้ง
รูปบูชานั้นก็แตกหักออกเป็นสองท่อน
เขาเห็นอะไรรึ ?
มีเงินเหรียญจำนวนมากมาย ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณนั้น
คนเรามักจะทำการกราบไหว้บูชารูปปั้นดินเผา
หรือรูปแกะสลักหินหรือรูปภาพในศาลเจ้าต่างๆ
โดยอ้อนวอนให้เทพเจ้าเหล่านั้นประทานพรประทานความโชคดีแก่ตน
เรื่องมันมีอยู่ว่า
มีชายผู้หนึ่งมักจะสวดอ้อนวอนต่อรูปบูชาไม้
ซึ่งเขาได้รับตกทอดมาจากบิดา อยู่เสมอๆ
แต่โชคชะตาของเขาก็มิได้เปลี่ยนแปลงดีขึ้นแต่ประการใด
เขาสวดอ้อนวอนวันแล้ววันเล่า
In The old days
men used to worship stocks
and stones and idols,
and prayed to them to give them luck.
It happened that
a man had often prayed to a wooden idol
he received from his father,
but his luck never seemed to change..
He prayed and he prayed,
but still he remained as unlucky as ever.
One day in the greatest rage
He went to the Wooden God,
and with one blow
swept it down from its pedestal.
The idol broke in two,
and what did he see?
An immense number of coins flying all over the place.
หญิง: เสียงอะไรไม่เห็นได้ยินเลย
ชาย: ก็เสียงของเราที่ก้องร้องอยู่ในหัวใจเธอทุกนาทีไง
(เอื้อ!)
หญิง: แล้วทำไมหละ
ชาย: จงออกมามอบตัวกับเราเสียโดยดี….ตอนนี้”ความคิดถึง”ล้อมไว้หมดแล้ว
หญิง: เล่นซ้ะ
++ : โห..จิงอ่ะ แน่ใจเหรอ?
++ : อืมม..แน่ใจดิ.. ก็เราเห็นโลกเป็นสีชมพูอ่ะ
หญิง: อะไรเหรอ
ชาย: สายใยที่เชื่อมระหว่างเราสองคนเอาไว้ด้วยกันไง
(อ่า นะ)
(ญ) ทำไมอ่ะ
(ช) ก็เราไม่อยากรักเธอข้างเดียวไง
หญิง: อะไรผึ้งเผิ้งอะไร ฉันไม่กลัวหลอก
ชาย: ผึ้งจริงๆ
หญิง: พอเหอะ ก็บอกแล้วไงว่าไม่กลัว
ชาย: ผึ้ง… พึ่งรู้ว่ารักเธอ
ญ>ทำไมอ่ะค่ะ
ช> ก็มันอัดเเน่นไปด้วยความรักไง
—————————————–
หญิง : ทำไมอ่ะค่ะ
ชาย : หัวใจเราจะได้ตรงกันไง